คู่มือการเตรียมพื้นผิวก่อนทาสีตกแต่งอาคาร

การใช้สีตกแต่งอาคาร ช่างสีและเจ้าของงานจำเป็นต้องเข้าใจการใช้สีเพื่องานออกมาสวยงามไม่มีข้อบกพร่อง จึงต้องอ่านคำแนะนำจากผู้ผลิต ซึ่งสีมีหลายประเภท เพื่อการใช้ให้เหมาะสมกับพื้นผิววัสดุ เช่นสีน้ำอะครีลิค เหมาะกับพื้นผิวปูน คอนกรีต สีน้ำมัน เหมาะกับพื้นผิวไม้ และโลหะ เป็นต้น งานเตรียมพื้นผิวก็มีส่วนสำคัญมาก เพื่อการยึดเกาะของฟิล์มสี พื้นผิวต้องไม่มีคราบไข สิ่งสกปรกข้อบกพร่องของฟิล์มพบมากในกรณีพื้นผิวมีความ ชื้นสูง ไม่สะอาด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความสะอาดพื้นผิว และรอพื้นผิวแห้งก่อนทาสี ก่อนการใช้สี ต้องคนสีในกระป๋องให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน และปรับความข้นสี ด้วยตัวเจือจางลดความหนืดของสี จากคำแนะนำข้างกระป๋อง การทาสีนั้นต้องทาหลายเที่ยว เว้นระยะการแห้งตัวของสีแต่ละชั้นที่เหมาะสม ซึ่งในแต่ละชั้นของสี ยังมีหน้าที่ต่างกัน ปกป้องพื้นผิว ด้วยความหนาฟิล์มรวม ให้เกิดความสมบูรณ์ทนทาน และสวยงามให้อายุการใช้งานยาวนาน

ระบบการเคลือบสี ในแต่ละประเภท ต้องประกอบด้วย 3 ชั้น

  1. สีชั้นแรก เรียกสีชั้นรองพื้น อาจใช้หนึ่งหรือสองเที่ยว ความสำคัญสีในชั้นนี้ นอกจากการยึดเกาะแล้ว ยังมีหน้าที่เฉพาะ อีกเช่น งานรองพื้นเหล็ก ชั้นรองพื้นนี้ จะทำหน้าที่ป้องกันการเกิดสนิม หรือกรณีงานรองพื้นไม้ ฟิล์มสีจะป้องกันยางไม้ ความชื้น ไม่ให้ซึมผ่านออกมาทำลายความสวยงาม สี
  2. สีชั้นกลาง เรียกสีชั้นอันเดอร์โคต ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มความหนาของงานระบบสีให้การปิดบังพื้นผิว ให้ทนทานต่อสภาวะที่ใช้งาน เพื่อการปกป้องพื้นผิวดีขึ้น
  3. สีชั้นบนสุด หรือเรียกสีชั้นทับหน้า จำเป็นต้องทา สองถึงสามเที่ยว ความสำคัญของชั้นนี้นอกจากให้ความสวยงามแล้ว ยังเพิ่มความทนทานต่อการใช้งาน ทำให้ทำความสะอาดวัสดุพื้นผิวง่าย และให้การป้องกันผิวพื้นวัสดุให้มีอายุการใช้งานนาน

1. การเตรียมพื้นผิวและการรองพื้นปูนฉาบ อิฐและคอนกรีต พื้นผิวใหม่

  1. สำหรับคอนกรีตหล่อใหม่ หรือผนังปูนฉาบ ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ทิ้งให้พื้นผิวแข็งตัวและแห้งสนิท ขจัดฝุ่น โดยใช้ผ้าแห้งปัดเช็ด
  2. รอจนพื้นนั้นแห้งสนิท (Moisture Meter บอกความชื้นของผิว คอนกรีตหรืออิฐ หรือปูนฉาบได้ ค่าความชื้นต่ำกว่า 40% เราจะพบว่าพื้นผิวปูนแห้ง สามารถทาสีได้ตามระบบสี Masonry Paint) อาจใช้สี รองพื้นพิเศษ Special Primer ทาหนึ่งเที่ยว เพื่อการป้องกันความชื้น อีกชั้นหนึ่งให้งานที่เร็วขึ้น
  3. ทาสีรองพื้นปูนกันด่าง ของยูอาร์หนึ่งเที่ยว ทิ้งให้แห้ง 1 ถึง 2 ชั่วโมงแล้วทาทับหน้าด้วยสีน้ำอะครีลิค ของยูอาร์ 2ถึง 3 เที่ยว

พื้นผิวเก่าที่ไม่เคยทาสีมาก่อน

  1. พื้นผิวเก่าที่แห้ง แตก และไม่เคยทาสีมาก่อน จำเป็นต้องซ่อมแซมรอยแตกร้าว และตกแต่งให้เรียบร้อย ทิ้งให้แห้ง
  2. ขจัดฝุ่น คราบไขมัน คราบปูนให้หมด
  3. ทาด้วยสีรองพื้นปูนใหม่กันด่าง หรือรองพื้นปูนเก่าของ ยู.อาร์.1 ครั้ง แล้วจึงทาทับหน้าด้วยสีน้ำอะครีลิคของ ยู.อาร์. อีก 2 ครั้ง

พื้นผิวที่เคยทาสีมาแล้ว

หากสีเดิมยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยและมีการยึดเกาะดี

  1. ให้ขจัดฝุ่นออกให้หมด หลังการซ่อมแซมรอยแตกร้าว
  2. เมื่อพื้นผิวแห้งสะอาดแล้ว ทาสีทับหน้า สีน้ำอะครีลิคของยูอาร์ 2ถึง3เที่ยว

หากสีเดิมอยู่ในสภาพชำรุดมาก เช่นสีซีด สีเสื่อมสภาพเป็นฝุ่น ร่อนเป็นแผ่น  บวม พอง

  1. ควรลอกสีเก่าให้หมด ขัดด้วยแปรงลวด ใช้เกรียงแซะออกจนถึงผิวเดิม
  2. สกัดรอยแตกร้าวให้กว้างขึ้นแล้วแต่งปูนให้เรียบ ล้างทำความสะอาด
  3. ทิ้งไว้ให้แห้ง รองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่าของ ยู.อาร์.เพื่อช่วยให้ฝุ่นยึดเกาะเป็นแผ่นฟิล์ม ก่อนที่จะทาสีทับหน้าของ ยู.อาร์. 2 ถึง 3 เที่ยว

2. การเตรียมพื้นผิวและรองพื้นไม้

ข้อควรปฏิบัติ

การทาสีบนพื้นผิวไม้ขึ้นอยู่กับความชื้นของเนื้อไม้ ถ้าไม้ยังมีความชื้นสูงมากควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งด้วยการตากหรือการอบ จนเหลือความชื้นประมาณ 10% - 18% รอยต่อหรือส่วนไม้ที่จำต้องนำไปประกอบวัสดุอย่างอื่น เช่น ผนังอิฐ ผนังซีเมนต์ ผนังปูนพลาสเตอร์ ควรทาสีรองพื้นก่อนนำไปประกบติดกัน

พื้นผิวไม้ใหม่

  1. ให้แน่ใจว่าไม้ได้ผ่านการอบหรือตากจนแห้งดีแล้ว
  2. ขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบ
  3. เช็ดฝุ่นออกให้หมด
  4. ทาด้วยสีรองพื้นอลูมิเนียมกันยางไม้ หรือสีรองพื้นไม้กันเชื้อราของ ยู.อาร์. 1ถึง2 เที่ยว
  5. ถ้าต้องการเพิ่มความเรียบเนียนและสวยงามของฟิล์มสีทับหน้า ควรทาด้วยสีรองพื้นซ้ำอีก 1 ครั้ง ก่อนทาสีทับหน้า สีเคลือบแอลคีดของยูอาร์2ถึง3เที่ยว

พื้นผิวไม้ที่เคยทาสีมาแล้ว

ถ้าสีเก่ายังมีสภาพเรียบร้อย ไม่มีรอยแตก

  1. กำจัดฝุ่น ขี้ผึ้ง ฯลฯ โดยล้างด้วยสบู่ ผงซักฟอก หรือน้ำยาขจัดไขมันต่างๆ
  2. ขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบในขณะที่พื้นผิวยังเปียกอยู่
  3. ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกหนึ่งครั้ง แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
  4. หากมีส่วนใดของพื้นผิวไม้ที่กระเทาะออกจนเห็นเนื้อไม้ เตรียมผิวบริเวณนั้นเช่นเดียวกับการเตรียมพื้นผิวไม้ใหม่

ถ้าสีเก่าอยู่ในสภาพที่แตกระแหงและเสื่อมสภาพเป็นฝุ่น

  1. ลอกสีเก่าออกด้วยน้ำยาลอกสี ทำความสะอาดผิวไม้
  2. เตรียมผิวเช่นเดียวกับการเตรียมพื้นผิวไม้ใหม่

3. การเตรียมพื้นผิวและการรองพื้นโลหะ

สีรองพื้นกันสนิม เรดอ๊อกไซด์ของ ยู.อาร์. นอกจากจะช่วยป้องกันสนิม และยังช่วยเสริมการยึดเกาะของสีทับหน้าด้วย ฉะนั้นการที่จะได้มาซึ่งความทน หรือความสมบูรณ์แบบของการทาสีบนพื้นโลหะ ขึ้นกับกรรมวิธีการทาที่ถูกต้องและการเตรียมผิวโลหะ โดยทั่วไปพื้นโลหะที่จะทาสีนั้น จะต้องปราศจากสนิม หรือเศษผง สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะขจัดได้ด้วยวิธีถูด้วยกระดาษทราย แปรงลวด หรือวิธีพ่นด้วยทรายซึ่งเป็นวิธีที่ดีกว่าและได้ผลมากกว่า

ข้อควรปฏิบัติ

ไม่ควรทาสีรองพื้นบนพื้นโลหะที่ยังชื้นหรือเปรอะเปื้อนน้ำมัน หรือพื้นโลหะที่มีสีเก่าทาอยู่แล้ว ในกรณีที่จะทาสีใหม่ควรลอกสีเก่าที่มีอยู่บนพื้นโลหะออกให้หมด และแน่ใจว่าพื้นโลหะนั้นแห้งสนิทพอ ในทำนองเดียวกัน ถ้าต้องการทาสีรองพื้นมากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ทิ้งระยะเวลานานพอที่สีรองพื้นที่ทาครั้งแรกจะแห้งสนิท

พื้นผิวเหล็กหรือโลหะที่มีส่วนผสมของเหล็ก

พื้นผิวโลหะที่ยังไม่เคยทาสีมาก่อน

  1. ขจัดคราบน้ำมันด้วยทินเนอร์หรือน้ำมันก๊าด
  2. ขจัดสนิมหรือเศษผงออกด้วยการขัดกระดาษทรายหรือแปรงลวด
  3. เช็ดด้วยเศษผ้าแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
  4. ทาทับหนึ่งครั้งด้วยสีรองพื้นกันสนิมของ ยู.อาร์. ทิ้งให้แห้งสนิทแล้วจึงทาทับด้วยสีเคลือบแอลคีด ยู.อาร์. 2 – 3 ครั้ง

พื้นผิวโลหะซึ่งเคยทาสีมาก่อนแล้ว

  1. ทำความสะอาดกำจัดคราบน้ำมันและฝุ่น
  2. ขัดสีหรือลอกสีออกให้หมด
  3. ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นกันสนิม เรดอ๊อกไซด์ของ ยู.อาร์. 1 ครั้ง แล้วจึงทาทับด้วยสีเคลือบแอลคีดของ ยู.อาร์. อีก 2 หรือ 3 ครั้ง

พื้นผิวสังกะสีและเหล็กที่เคลือบสังกะสี – อลูมิเนียม

  1. ขจัดคราบไขมันและฝุ่น
  2. ทาสีรองพื้นเกาะเหล็กเขียวของ ยู.อาร์. 1 ครั้ง แล้วทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนทาสีรองพื้นกันสนิม เรดอ๊อกไซด์ของ ยู.อาร์. 1 ครั้ง และสีเคลือบแอลคีดของยู.อาร์. อีก 2-3 ครั้ง